หน้าหลักรุ่งเรืองแอร์

 

สินค้าแอร์บ้าน

 

ผลงานที่ผ่านมา

ติดต่อสอบถามแอร์บ้าน

ชำระค่าสินค้าและบริการ

ลิงค์เว็บผู้ผลิตแอร์

แผนผังเว็บไซต์

บริการ
ข้อมูลข่าวสารแอร์
Visitors: Moving Compaies and supplies.
 
 

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ เครื่องปรับอากาศ

BTU (ฺBritish Thermal Unit) คือ ขนาดทำความเย็นของ เครื่องปรับอากาศ มีหน่วยดังนี้ 1 ตันความเย็น เท่ากับ 12000 BTU/hr. เราควรเลือกขนาด BTU ให้เหมาะสมกับขนาด ของห้อง ที่จะทำการติดตั้ง โดยสามารถเลือก ได้จากตารางด้านขวานี้
Btu/h
ห้องปกติ
ห้องโดนแดด
9,000
12-15 ตร.ม.
11-14 ตร.ม.
12,000
16-20 ตร.ม.
14-18 ตร.ม.
18,000
24-30 ตร.ม.
21-27 ตร.ม.
21,000
28-35 ตร.ม.
25-32 ตร.ม.
24,000
32-40 ตร.ม.
28-36 ตร.ม.
25,000
35-44 ตร.ม.
30-39 ตร.ม.
30,000
40-50 ตร.ม.

35-45 ตร.ม.

35,000
48-60 ตร.ม.
42-54 ตร.ม.
48,000
64-80 ตร.ม.
56-72 ตร.ม.
80,000
80-100 ตร.ม.
70-90 ตร.ม.

ปัจจัยที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม ในการเืลือกซื้อ เครื่องปรับอากาศ
  1. จำนวนและขนาดของหน้าต่าง
  2. ทิศที่แดดส่องหรือทิศที่ตั้งของห้อง
  3. วัสดุหลังคามีฉนวนกันความร้อนหรือไม
  4. จำนวนคนทีี่ใช้งานในห้อง
ทำไมต้องเลือก BTU ให้พอเหมาะ
     BTU สูงไป คอมเพรสเซอร์ทำงานตัดบ่อยเกินไป ทำให้ประสิทธิภาพ ในการทำงานลดน้อยลง ทำให้ความชื้นในห้องสูง ไม่สะบายตัว และที่สำคัญราคาแพง และสิ้นเปลืองพลังงาน
     BTU ต่ำไป คอมเพรสเซอร์ทำงานตลอดเวลา เพราะความเย็นห้องไม่ได้ตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้ สิ้นเปลืองพลังงาน และเครื่องปรับอากาศเสียเร็ว
การคำนวณ BTU ของเครื่องปรับอากาศ
BTU = พื้นที่ห้อง (กว้าง*ยาว)*ตัวแปร
ตัวแปรความร้อน แบ่งได้ 2ระดับ

     700 ห้องที่มีความร้อนน้อยใช้เฉพาะกลางคืน

     800 ห้องที่มีความร้อนสูงใช้กลางวันมาก กรณีที่เพดานสูงกว่า 2.5 เมตร ให้บวกเพิ่มจากเดิม 5%

หลักการทำความเย็นของ เครื่องปรับอากาศ

หลักการทำความเย็นเครื่องปรับอากาศก่อนที่เราจะเรียนรู้กลไกการทำงานของ เครื่องปรับอากาศ เราควรทราบก่อนว่า ส่วนประกอบที่สำคัญของระบบการทำการความเย็น (Refrigeration Cycle) มี

          1. คอมเพรสเซอร์ (Compressor) ของแอร์ แอร์บ้าน ทำหน้าที่ขับเคลื่อนสารทำ ความเย็นหรือน้ำยา (Refrigerant) ในระบบ โดยทำให้สารทำความเย็นมีอุณหภูมิ และความดันสูงขึ้น

          2. คอยล์ร้อน (Condenser) ทำหน้าที่ระบายความร้อนของสารทำความเย็น

          3. คอยล์เย็น (Evaporator) ทำหน้าที่ดูดซับความร้อนภายในห้องมาสู่สารทำความเย็น

          4. อุปกรณ์ลดความดัน (Throttling Device) ทำหน้าที่ลดความดันและอุณหภูมิของสาร ทำความเย็น โดยทั่วไปจะใช้เป็น แค็ปพิลลารี่ทิ้วบ์ (Capillary tube) หรือ เอ็กสแปนชั่นวาล์ว (Expansion Valve)

ระบบการทำความเย็นที่เรากำลังกล่าวถึงคือระบบอัดไอ (Vapor-Compression Cycle) ซึ่งมีหลักการทำงานง่ายๆคือ การทำให้สารทำความเย็น (น้ำยา) ไหลวนไปตามระบบ โดยผ่านส่วนประกอบหลักทั้ง 4 อย่างต่อเนื่องเป็น วัฏจักรการทำความเย็น (Refrigeration Cycle) โดยมีกระบวนการดังนี้

          1) เริ่มต้นโดยคอมเพรสเซอร์ทำหน้าที่ดูดและอัดสารทำความเย็นเพื่อเพิ่มความดันและอุณหภูมิของน้ำยา แล้วส่งต่อเข้าคอยล์ร้อน

          2) น้ำยาจะไหลวนผ่านแผงคอยล์ร้อนโดยมีพัดลมเป่าเพื่อช่วยระบายความร้อน ทำให้น้ำยาจะที่ออกจากคอยล์ร้อนมีอุณหภูมิลดลง (ความดันคงที่) จากนั้นจะถูกส่งต่อให้อุปกรณ์ลดความดัน

          3) น้ำยาที่ไหลผ่านอุปกรณ์ลดความดันจะมีความดันและอุณหภูมิที่ต่ำมาก แล้วไหลเข้าสู่คอยล์เย็น (หรือที่นิยมเรียกกันว่า การฉีดน้ำยา)

          4) จากนั้นน้ำยาจะไหลวนผ่านแผงคอยล์เย็นโดยมีพัดลมเป่าเพื่อช่วยดูดซับความร้อนจากภายในห้อง เพื่อทำให้อุณหภูมิห้องลดลง ซึ่งทำให้น้ำยาที่ออกจากคอยล์เย็นมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น (ความดันคงที่) จากนั้นจะถูกส่งกลับเข้าคอมเพรสเซอร์เพื่อทำการหมุนเวียนน้ำยาต่อไป

หลังจากที่เรารู้การทำงานของวัฏจักรการทำความเย็นแล้วก็พอจะสรุปง่ายๆได้ดังนี้

          1) สารทำความเย็นหรือน้ำยา ทำหน้าที่เป็นตัวกลางดูดเอาความร้อนภายในห้อง (Indoor) ออกมานอกห้อง (Outdoor) จากนั้นน้ำยาจะถูกทำให้เย็นอีกครั้งแล้วส่งกลับเข้าห้องเพื่อดูดซับความร้อนอีก โดยกระบวนการนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดการทำงานของคอมเพรสเซอร์

          2) คอมเพรสเซอร์เป็นอุปกรณ์ชนิดเดียวในระบบที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนน้ำยาผ่านส่วนประกอบหลัก คือคอยล์ร้อน อุปกรณ์ลดความดัน และคอยล์เย็น โดยจะเริ่มทำงานเมื่ออุณหภูมิภายในห้องสูงเกินอุณหภูมิที่เราตั้งไว้ และจะหยุดทำงานเมื่ออุณหภูมิภายในห้องต่ำกว่าอุณหภูมิที่เราตั้งไว้ ดังนั้นคอมเพรสเซอร์จะเริ่ม และหยุดทำงานอยู่ตลอดเวลาเป็นระยะๆ เพื่อรักษาอุณหภูมิห้องให้สม่ำเสมอตามที่เราต้องการ

 
ค่าใช้จ่าย (พลังงาน) ในการใช้งาน เครื่องปรับอากาศ (แอร์ แอร์บ้าน)

เครื่องปรับอากาศ แอร์ แอร์บ้าน เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานมากและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายสูงโดยเห็นได้จาก พลังงานไฟฟ้าโดยรวมของเครื่องใช้ไฟฟ้า ในบ้าน 50-80 เปอร์เซ็นต์ เป็นพลังงานที่ใช้กับ เครื่องปรับอากาศแต่อย่างไรก็ตามด้วยอุณหภูมิบ้านเราร้อนขึ้นเรื่อยๆ เครื่องปรับอากาศ แอร์ แอร์บ้านก็มีความจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นเราควรจำเป็นทำความเข้าใจเรื่องค่าใช้จ่ายพลังงาน เพื่อนำไปพิจารณาประกอบการเลือกซื้อ เครื่องปรับอากาศ แอร์ แอร์บ้าน ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเหมาะสม และไม่เกินความจำเป็น


Type
Btu/h
Watt
จำนวนหน่วยที่ใ้ช้/1 ชั่วโมง
ระยะเวลา/วัน
หน่วย/เดือน
ค่าไฟ
ติดหน้าต่าง
9000
920
0.92
8 ชั่วโมง คอมเพรสเซอร์ทำงาน 6 ชั่วโมง
165.6
418.97
12000
1150
1.15
207.0
523.71
24000
2900
2.99
538.2
1,361.65
ติดผนัง
9000
680
0.68
122.4
309.67
12000
1130
1.13
203.4
514.60
24000
2490
2.49
448.2
1,133.92
ตั้ง/แขวน
12000
1330
1.33
239.4
605.68
24000
2710
2.71
487.8
1,234.13

สำหรับ เครื่องปรับอากาศขนาด 12000 BTU ถ้าปรับอุณภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศา (นับจาก 25 องศา) เป็นระยะเวลา 8 ชั่วโมง/วัน ช่วยชาติประหยัดไฟได้วันละ 2บาท/วัน 60บาท/เดือน คิดเป็น 720บาท/ปี ต่อครัวเรือน
INVERTER   คือระบบที่ควมคุมการปรับอากาศ ให้เป็นอย่างราบเรียบ และคงที่ ด้วยการปรับเปลี่ยนรอบการหมุนของคอมเพรสเซอร์ โดยการเปลี่ยนความถึ่ของกระแสไฟที่จ่ายให้กับมอเตอร์ของคอมเพรสเซอร์แทนการทำงานแบบ ติด-ดับ-ติด-ดับ ใน เครื่องปรับอากาศ แบบเก่า ทำให้ระบบ Inverter สามารถควบคุมอุณภูมิได้แม่นยำมากขึ้น และที่สำคัญ คือ ประหยัด
PLASMACLUSTER ทำให้สุขภาพของผู้ใช้ เครื่องปรับอากาศ แอร์ แอร์บ้าน ดีขึ้น

ระบบฟอกอากาศที่ให้กับ เครื่องปรับอากาศ ทุกวันนี้

  • ระบบแผ่นฟอก หรือตะแกรงประจุที่อยู่ภายในเครื่อง
  • ระบบพ่นอนุภาคไฟฟ้าออกมานอกเครื่อง แบ่งเป็น (พ่นอนุภาคไฟฟ้า - เพียงอย่างเดียว, พ่นอนุภาคไฟฟ้า + และ - ทั้งคู่)

ระบบแผ่นฟอก หรือตะแกรงประจุ ที่อยู่ภายใน เครื่องปรับอากาศ แอร์ แอร์บ้าน จะดีสำหรับการดักจับฝุ่น ควัน เพราะจะถูกดูดเข้ามาในเครื่อง แต่ก็จะไม่ได้ผลในกรณีที่ผู้ใช้แอร์ไม่ยอมเปลี่ยนแผ่นฟอก หรือทำความสะอาดตะแกรงประจุบ่อยๆ สำหรับเชื้อโรคบางชนิดก็สามารถถูกดักจับได้เหมือนกัน แต่ก็ติดปัญหาที่ว่ามันไม่ตายและสะสมอยู่ภายในเครื่อง สังเกตุได้จากการมีกลิ่นอับชื้นตอนเปิดแอร์ ซึ่งเกิดจากเชื้อราภายในเครื่อง ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้ เช่น จาม คัดจมูก หนักหน่อยก็พัฒนาเป็นโรคหอบหืด

ระบบพ่นอนุภาคไฟฟ้า - ออกมานอกเครื่อง จะมีผลทำให้ร่างกายสดชื่น ไม่มีผลต่อการฆ่าเชื้อโรค สลายกลิ่นอับชื้น
ระบบพ่นอนุภาคไฟฟ้า + และ - ออกมานอกเครื่อง (ระบบพลาสม่าคลัสเตอร์) จะมีผลไปฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อไวรัส ที่ลอยในอากาศ ทุกซอกทุกมุมของห้อง ส่าสุดค้นพบว่าพลาสม่าคลัสเตอร์สามารถสลายสารก่อภูมิแพ้จากตัวไรฝุ่นได้ ประสิทธิภาพเหล่านี้ถูกรับรองจากสถาบันวิจัยนานาชาติ 8 แห่ง
ผู้ที่ควรใช้ระบบฟอกอากาศพลาสม่าคลัสเตอร์
  • ผู้มีโอกาสหรือเป็นโรคภูมิแพ้
  • เด็กทารก เพราะภูมิต้านทานโรคต่ำ สังเกตุได้จากการเป็นหวัดบ่อย จามตอนเช้า
  • ผู้สูงอายุ ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ และ ควบคุมระบบขับถ่ายไม่ได้
  • ผู้สุบบุหรี่ หรืออยู่ใกล้ เพราะสามารถกำจัดสารพิษก่อมะเร็งในควันบุหรี่ได้
  • ผู้ที่เป็นหวัดบ่อยๆ พลาสม่าคลัสเตอร์จะช่วยให้เป็นหวัดน้อยครั้งลงได้
  • คลีนิค โรงพยาบาล ย่านชุมชน ห้องอาหาร คาราโอเกะ เพราะสามารถกำจัดเชื้อโรค และสลายกลิ่นอับชื้น กลิ่นบุหรี่ต่างๆ ได้ดี

หลักการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ

 

แอร์บ้าน Amena / แอร์บ้าน Carrier / แอร์บ้าน Central Air / แอร์บ้าน Daikin / แอร์บ้าน Fujibishi / แอร์บ้าน LG / แอร์บ้าน Mitsubishi Electric / แอร์บ้าน Mitsubishi Heavy Duty / แอร์บ้าน Mitsuta / แอร์บ้าน Panasonic / แอร์บ้าน Saijo Denki / แอร์บ้าน Samsung / แอร์บ้าน Sharp / แอร์บ้าน Toshiba / แอร์บ้าน Trane / แอร์บ้าน York

 

© Copyright RungRueang Air Company Limited 2013. All Rights Reserved.
บริษัท รุ่งเรืองแอร์ จำกัด 20 ซอยสตรีวิทยา 2 ซอย 12 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230 Email : rungruengair@gmail.com
จำหน่ายเครื่องปรับอากาศ แอร์บ้าน แอร์โรงงาน แอร์เคลื่อนที่ เครื่องฟอกอากาศ ปลีก-ส่ง ทั่วประเทศ บริการติดตั้งแอร์บ้าน ซ่อมแอร์ ย้ายแอร์ ล้างแอร์ พร้อมเติมน้ำยาแอร์ งานไซด์ งานโครงการ บริการทุกระดับ ราคาประทับใจ ติดต่อฝ่ายขาย Tel : 0-2538-4312 , 0-2931-0070 Fax : 0-2538-4579 , 0-2538-1116 Mobile : 081-869-6455 , 081-889-5048